
เมื่อขบวนขันหมากมาถึงประตูบ้านเจ้าสาว ซึ่งด่านแรกนี้จะเป็นประตูรั้ว หรือบางทีออกไปกั้นกัน ตั้งแต่ ปากซอยเลย ก็มีกว่าจะเข้าไปในบ้านเจ้าสาวได้ อาจต้องผ่านถึง 5 หรือ 7 ประตู หรืออาจจะมากว่านั้น แต่ส่วนใหญ่นิยมกันแค่ 3 ประตู เท่านั้น คือ ประตูชัย ประตูเงิน ประตูทอง หรือ ประตูนาก ประตูเงิน ประตูทอง แต่จะให้ดีฝ่ายชาย ก่อนที่เตรียมของหรือถุงใส่เงินหรือซองใส่เงินเพื่อใช้ผ่านประตู ควรสอบถามฝ่ายหญิงก่อนว่าในวันงานจะมีทั้งหมดกี่ประตู แต่ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะเตรียมไว้เกินกว่าจำนวนประตู
ด่านแรกที่รั้วบ้านนี้ คนของฝ่ายเจ้าสาว ๒ คนจะถือชายผ้ากั้นไว้คนละข้าง เรียกว่าปิดประตูขันหมาก เฒ่าแก่หรือนายขันหมากซึ่งมากับเจ้าบ่าวก็จะถามว่า “ประตูนี้มีชื่อว่าอันใด” หรือจะพูดอย่างธรรมดาว่า “ประตูอะไรจ๊ะ” ก็ได้ ผู้ปิดประตูต้องตอบว่า “ประตูชัย” เฒ่าแก่ก็จะให้ซองเงินหรือของชำร่วยแก่ผู้กั้นเพื่อขอผ่าน ของชำร่วยหรือซองเงินนี้ จะมีค่างวดน้อยกว่าที่จะต้องให้ผ่านประตูเงินและประตูทอง เรียกว่า ของแถมพกอย่างตรี
บางทีกว่าจะผ่านด่านแรกได้ อาจมีการกล่าวหยอกเย้าต่อรองกันเป็นที่สนุกสนาน เมื่อผู้กั้น ยอมเปิดให้ผ่าน เข้ามาในเขตบ้านแล้ว ก็มาถึงประตูที่ ๒ คือ ประตูเงิน ซึ่งจะอยู่บริเวณบันได เพราะบ้านทรงไทยสมัยโบราณ นิยมสร้างแบบยกพื้นสูง
การกั้นประตูเงินนี้ จะใช้ผ้าแพรหรือผ้าชนิดดีกว่าที่ใช้กั้นประตูชัย ผู้ที่ถือผ้ากั้นทั้งสองคนส่วนใหญ่เป็นญาติสนิท ของฝ่ายเจ้าสาว เฒ่าแก่จะถามว่า “ประตูชั้นสองนี้มีชื่อว่าประการใด” ผู้กั้นตอบว่า “ประตูเงิน” เฒ่าแก่จึงมอบซอง หรือของแถมพกอย่างโท ให้เพื่อขอผ่านทาง เมื่อผู้กั้นประตูเงินตกลง เปิดทางให้ผ่าน เจ้าบ่าวก็ขึ้นบันไดไปสู่ขอประตูทองเพื่อเข้าไปในตัวเรือน ในช่วงนี้ จะมีคนแย่ง กันถอดรองเท้าให้เจ้าบ่าว เพราะสามารถนำไปซ่อน เพื่อขอค่าไถ่ได้ในภายหลัง คือเมื่อขึ้นไปทำพิธี บนบ้านเสร็จแล้ว เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องลงมาข้างล่าง เพื่อทักทายแขก หรือทำการ ปลูกต้นกล้วยต้นอ้อยร่วมกัน ผู้นำรองเท้าไปซ่อนจะเรียกค่าไถ่จากเจ้าบ่าวจนเป็นที่พอใจ จึงจะนำมาคืนให้ เป็นการหยอกล้อกัน เพื่อความสนุกสนาน
ก่อนขึ้นบ้านน้องเจ้าสาว จะทำหน้าที่ล้างเท้าให้เจ้าบ่าว ซึ่งทำพอเป็นพิธีเท่านั้น และเจ้าบ่าวต้องให้ซองเงิน หรือของแถมพกเป็นรางวัล
สำหรับด่านสุดท้ายหรือประตูทองนั้น ผู้ที่ทำการปิดกั้นส่วนใหญ่จะเป็นพี่หรือน้องของเจ้าสาว สิ่งที่ใช้กั้น อาจเป็นแพรอย่างดี หรือจะใช้สร้อยทองดึงชายไว้คนละมุมก็ได้ เฒ่าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะถามว่า “นี่ประตูอะไรจ๊ะ” ตอบว่า “ประตูทอง” เฒ่าแก่จึงให้ซองหรือของแถมพกอย่างเอกเพื่อขอผ่านทาง
ซึ่งเป็นกิจกรรมสนุกที่ญาติฝ่ายหญิงชอบมาก เพราะได้หยอกล้อและแกล้งว่าที่พี่เขยก่อนแต่งงาน ของแถมพกหรือซองเงินที่ใช้ผ่านประตูทองนี้ จะมีราคาสูงกว่า ๒ ประตูแรก บางครั้งถ้าฐานะดี ฝ่ายเจ้าบ่าว อาจใช้แหวนทอง หรือสร้อยทอง เป็นค่าผ่านก็มี
เมื่อได้ของแถมพกแล้ว ผู้ปิดกั้นหรือเฒ่าแก่ฝ่ายหญิงจะถามเฒ่าแก่ฝ่ายชายว่า “ท่านทั้งปวงนี้เดินมาทางไหน” เฒ่าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวผู้เป็นสามีตอบว่า “ข้าพเจ้าเดินมาทางตะพานทิพย์ตะพานแสง”
เฒ่าแก่ฝ่ายเจ้าสาวผู้เป็นภรรยาตอบว่า “ข้าพเจ้าเดินมาทางตะพานเงินตะพานทอง”
ครั้น ตอบดังนี้แล้ว ผู้ปิดกั้นประตูจึงยอมเปิดทางให้ผ่าน เฒ่าแก่และฝ่ายเจ้าบ่าวพร้อมเครื่องขันหมาก จึงเข้าไป ในเรือนหรือบ้านของฝ่ายหญิง ทันใดนั้นก็มีการลั่นฆ้องสามลา (ถ้ามี) เป็นฤกษ์ขันหมาถึงเรือนหอ หรือบางที ไม่มีการลั่นฆ้อง ฝ่ายพ่อแม่เจ้าสาว ก็จะออกมาต้อนรับ
การ ให้ของแถมพกหรือซองเงินนั้น บางทีเจ้าบ่าวก็ทำหน้าที่เอง มีเพื่อนเจ้าบ่าวช่วยเจรจาต่อรอง กับคนของ ฝ่ายเจ้าสาว บางทีแกล้งให้ซองแดงเปล่า ๆ ผู้กั้นไหวไม่ทันอาจเสียทีเป็นการหยอกเย้ากัน ให้สนุกสนาน ครื้นเครงมากกว่า ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ที่รู้เชิงอยู่กำกับ จะนำซองมาเปิดหรือส่องดูก่อนว่าในซองมีเงินจริงหรือเปล่า เมื่อเป็นที่พอใจแล้ว จึงเปิดทางให้ผ่าน จึงเป็นเรื่องของการหยอกล้อกันมากกว่าที่จะสนใจในเรื่องของเงินทอง
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.thaitopwedding.com
http://www.siamviva.com