มีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า การแลกแหวนแต่งงานในงานแต่งงานนั้นมีมานานแล้ว และเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2,800 ปีก่อนคริสตกาล โดยชาวอียิปต์ในสมัยก่อนนั้นมีความเชื่อว่า เส้นเลือดจากนิ้วนางข้างซ้ายเป็นเส้นเลือดที่ไหลตรงเข้าสู่หัวใจ จึงบรรจงที่จะเลือกสวมแหวนบนนิ้วนี้ และความเชื่อก็ได้สืบต่อกันมาเรื่อยๆจนกระทั่งปัจจุบันนี้
และอีกหนึ่งความเชื่อว่า ทำไม… ต้องสวมแหวนแต่งงานที่ “นิ้วนาง” ด้วย ไม่ใช่แค่เพราะเราเรียกมันว่า ring finger แน่ๆ มันต้องมีความหมายมากกว่านั้น ทดลองพิสูจน์ความมหัศจรรย์ด้วยตัวเองนะคะ
ลองแบมือ 2 ข้าง ประกบเข้าหากัน (พนมมือ) แล้วงอนิ้วกลางลงข้างใน เอาหลังนิ้วกลาง ทั้ง 2 ข้างมาชนกัน ทีนี้… นิ้วที่เหลือ ก็คือ โป้ง/ ชี้/ นาง/ ก้อย ให้เอาปลายนิ้วมาชนกันลองปล่อยนิ้วที่เอาปลายชนกัน ให้ออกจากกัน ทีละนิ้ว โดยที่ “นิ้วกลาง” ยังคงงอแตะกันอยู่ จะพบว่า… นิ้วชี้ ก็ปล่อยจากกันได้
นิ้วโป้ง ก็ปล่อยจากกันได้
นิ้วก้อย ก็ปล่อยจากกันได้ อย่างสบายๆ
แต่… “นิ้วนาง” กลับปล่อยออกจากกันไม่ได้
นั่นเป็นเพราะ…นิ้วกลาง แทน ตัวเราเอง
นิ้วโป้ง แทน พ่อแม่ ซึ่งวันหนึ่งท่านก็ต้องจากเราไป
นิ้วชี้ แทน พี่น้อง ซึ่งเขาก็ต้องไปมีชีวิตของเขาเอง
นิ้วก้อย แทน ลูก พอโตขึ้น ลูกก็ต้องไปมีชีวิตของตัวเอง มีสังคม, ครอบครัว ของตัวเอง
นิ้วนาง แทน “คู่ชีวิต”
…ทีนี้ก็เหลือแค่ “คู่ชีวิต” แล้วล่ะ ที่จะอยู่กับเราไปจนแก่
ส่วนความเชื่อใน “เพชร” ว่าเลอค่าอมตะแทนรักอันนิรันดรที่ได้ยินกันตามสื่อต่างๆนั้น แท้ที่จริงแล้ว มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แสดงว่าเพชรได้ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศอินเดีย ซึ่งแต่ก่อนนั้น เพชรไม่ได้มีคุณค่าทางความงามอย่างทุกวันนี้หรอกค่ะ แต่เพชรนั้นมีความวิเศษในอีกแง่หนึ่ง นั่นก็คือความวิเศษของมันได้ด้านคาถาอาคม เชื่อกันว่า เพชรสามารถป้องกันภยันอันตรายต่างๆได้ ทั้ง ภัยจากยาพิษ ไฟ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อสรพิษ รวมไปถึงสามารถต่อต้านพลังความชั่วร้ายทั้งปวง
ส่วนความมายอีกนัยหนึ่งของเพชรที่เป็นที่รู้กันทั่วไปในทุกวันนี้ก็คงหนีไม่พ้น ความหมายในแง่ความรักอันแข็งแกร่ง และเป็นนิรันดร ซึ่งเพชรได้กลายเป็นสัญลักษณ์สากลในแง่นี้ไปแล้วดังนั้นทุกคนจึงแสวงหาเจ้าก้อนหินก้อนเล็กนี้เพื่อนำมาประดับนิ้วมืออันเรียวงามในวันแต่งงาน
รายละเอียดเกี่ยวกับเพชร
สำหรับคนไทยแล้ว แหวนที่ใช้ในงานหมั้นและงานแต่งงานมักจะเป็นแหวนวงเดียวกันที่เอาไว้สวมในพิธีหมั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบไทยหรือแบบสากลก็ตามแต่ ซึ่งโดยสากลนิยมแล้ว แหวนเพชรที่นิยมกันก็เป็นแบบแหวนเพชรที่มีเพชรเม็ดเดียวบนแหวน (Solitaire) เพราะนั่นหมายถึง
รักแท้ รักเดียวใจเดียว เจ้าก้อนหินที่เรียกว่าเพชรนี้มีด้วยกันหลายแบบ หลายเหลี่ยมตามแต่การเจียรไน หลายขนาด ซึ่งแต่ละรูปทรง(Shape) ก็จะสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าสาวผู้สวมใส่ได้แตกต่างกันไปคะ

• เอมเมอรัลด์คัท (Emerald Cut) หรือเรียกกันแบบไทยๆ ก็เหลี่ยมมรกตหน้าตาของเพชรก็จะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่ะ เหมาะสำหรับสาวที่มีความเป็นผู้นำ กล้าหาญ มั่นใจในตัวเอง มีเหตุมีผล และมีความยุติธรรม
• หยดน้ำ (Pear Shape) เหมาะสำหรับสาวที่ร่าเริง เปิดเผย ตรงไปตรงมาชอบเข้าสังคม เฉลียวฉลาด
• เพชรรูปไข่ (Oval Shape) เหมาะสำหรับสาวที่มีความเป็นตัวของตัวเอง บางครั้งสมถะ ไม่ชอบทำตัวเด่น
• เพชรกลมกลม (Round Shape) เหมาะสำหรับสาวที่มีอารมณ์ละเมียดละไม อบอุ่นบุคลิกไม่หวือหวา บางครั้งก็แอบหวาน
• เหลี่ยมหัวใจ (Heart Shape) เหมาะสำหรับสาวที่มีนิสัยผู้หญิงสุดๆ มีความโรแมนติก อ่อนหวาน อ่อนโยน ขี้อาย ช่างคิดช่างฝัน มีความเป็นศิลปิน
• ปริ๊นเซส คัท (Princess cut) เป็นเพชรรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เหมาะสำหรับสาวที่มีความเป็นผู้นำ มีระเบียบวินัย กล้าที่จะเผชิญหน้า แก้ปัญหาอย่างเด็ดเดี่ยว
• มาคีส์ (Marquise Shape) อันนี้ไม่มีชื่อไทยนะคะ แต่ลักษณะของเพชรก็จะเป็นเหมือนรูปใบไม้ เหมาะสำหรับสาวที่เข้มแข็ง มาดมั่น มีความทะเยอทะยานเด็ดเดี่ยวในตัวเอง พร้อมที่จะสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของตน มีความเป็นตัวเองสูง
รู้อย่างนี้ก็ซื้อเพชรให้ได้เหมาะสมกับบุคลิกลักษณะของคุณนะคะ สำหรับประเพณีการสวมแหวนแต่งงานของต่างประเทศนั้นก็จะมีความแตกต่างจากไทยเล็กน้อย นั่นก็คือที่เมืองนอกนั้นจะเรียกแหวนแต่งงานว่า Bridal Set ซึ่งประกอบไปด้วย แหวนสองวงคือ Engagement Ring และ Wedding Band ซึ่งวงแรกนั้นเอาไว้ให้เจ้าบ่าวสวมให้เจ้าสาวในวันหมั้น จะเป็นแหวนที่มีหัวแหวน (Center Stone) ซึ่งก็อาจเป็นเจ้าแหวนโซลิแทร์นั่นเองค่ะ ส่วนในวันแต่งงานจริงๆเนี่ย เจ้าบ่าวก็จะสวมแค่แหวนเกลี้ยงทับเข้าไปคู่กันกับแหวนหมั้นอีกวง เพื่อเป็นการประกาศว่าเราได้แต่งงานกันจริงๆแล้วนะ ดังนั้นหากเห็นใครสวมแหวนทับกันสองวงที่นิ้วนางข้างซ้ายก็ทราบได้ทันทีเลยค่ะว่านั่นคือ Bridal Set แต่สำหรับบางคนที่ไม่อยากใส่แหวนทั้งสองวงนี้ในชีวิตประจำวันด้วยเหตุผลใดๆก็ตามนะคะ อาจเป็นเพราะว่าแหวนแต่งงานนั้นหรูเริ่ดอลังการงานสร้างมากจนไม่ไว้ใจในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินก็อาจจะสวมแค่แหวนเกลี้ยงหลังจากแต่งงานก็ได้ค่ะ
ส่วนคุณผู้ชายว่าที่เจ้าบ่าวก็ไม่ต้องน้อยใจนะคะ มีแหวนสำหรับคุณเหมือนกันค่ะ ปัจจุบันนี้เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและประหยัดงบ ผู้ขาย Bridal Set ก็ได้พัฒนาแหวนออกมาให้เป็นชุดแบบสามวงเรียกว่า Trio Set นั่นคือนอกเหนือจาก Bridal Set สำหรับคุณผู้หญิงแล้ว ก็ยังมี
บริการทำแหวนผู้ชายอีกหนึ่งวง ซึ่งเรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว เพราะจะได้ไม่ต้องทำให้คู่บ่าวสาวเสียเวลา เนื่องจากการแต่งงานนั้นต้องเตรียมตัวหลายร้อยแปดพันประการ คู่บ่าวสาวจะได้ไม่ต้องมากังวลใจว่าลืมโน่นลืมนี่ในวันสำคัญของคุณค่ะ
