

การประกอบพิธีทางศาสนาตามวิถีชาวพุทธ หรือที่เรียกว่าการเจริญพระพุทธมนต์ในวันแต่งงาน ถือเป็นประเพณีปฏิบัติขั้นตอนหนึ่งของการแต่งงานแบบไทยแท้ๆ ที่นิยมทำกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เพื่อให้อำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยอันศักดิ์สิทธิ์ ช่วยดลบันดาลและคุ้มครองให้คู่บ่าวสาวมีความสุขความเจริญสืบไปในภายภาคหน้า
ในการทำพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ทั่วไปนั้น เจ้าภาพจะทำหน้าที่จุดธูปเทียนบูชาพระ แต่ในงานมงคลสมรสมักนิยมให้คู่บ่าวสาว เพราะถือว่าเป็นผู้ที่สำคัญที่สุดในงาน รวมถึงการถวายขันและเทียนเพื่อให้พระทำน้ำพระพุทธมนต์ ซึ่งจะนำมาเป็นน้ำสังข์สำหรับหลั่งในพิธีรดน้ำต่อไป
เกี่ยวกับการนิมนต์พระมาสวด แต่ก่อนนิยมมาเป็นคู่ เช่น 4 หรือ 8 องค์ แต่ปัจจุบันนิยม 9 องค์ เพราะคนไทยเชื่อถือเกี่ยวกับตัวเลข 9 ว่าเป็นเลขมงคล หมายถึงความเจริญก้าวหน้า โดยนับพระประธานเป็นองค์ที่ 10 ครบจำนวนคู่พอดี
การตักบาตรสมัยก่อนให้คู่บ่าวสาวตักคนละทัพพี แต่ปัจจุบันนิยมให้ตักทัพพีเดียวกัน ตักบาตรพร้อมกัน ต่อไปชาติหน้าจะได้เกิดมาคู่กันอีก มีความเชื่อเกี่ยวกับการตักบาตรของคู่บ่าวสาว ถ้าผู้ใดจับที่ยอดหรือคอทัพพี ผู้นั้นจะได้เป็นใหญ่เหนือกว่าคู่ของตน ซึ่งต้องเลื่อนมาจับที่ปลายทัพพี อย่างนี้คงต้องแย่งกันจับน่าดูเลย มีวิธีแก้เคล็ดด้วยการผลัดกันจับที่คอทัพพีเพื่อความเสมอภาคอย่างนี้ ก็ไม่มีใครเหนือใครแบบนี้ดีกว่า
การ ตักบาตรร่วมกันของคู่บ่าวสาว อาจกระทำอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น หลังจากวันแต่งงาน โดยคู่บ่าวสาวต้องตื่นนอนแต่เช้า นำอาหารคาวหวานไปดักรอพระที่ออกบิณฑบาตผ่านหน้าบ้าน หรือจะไปตักบาตรที่วัดเลยก็ได้ ต้องทำติดต่อกัน 3 วัน, 7 วัน หรือ 9 วัน เพื่อความเป็นสิริมงคล
ขอบคุณข้อมูลจาก
![]()
ขอบคุณภาพจาก
http://www.bloggang.com
http://www.weddingmind.com